วันเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยน

ผมเปิด Diary ของตัวเองดูแล้วก็แปลกใจ กับหลายๆเรื่อง ว่าทำไมเมื่อก่อนผมคิดแบบนี้ ตัดสินใจแบบนี้

23 มกรา 2006 11:29:29 PM

วันนี้แปลกมาก กินยา กินข้าวเช้า ตามด้วยยาหลังอาการ อาหารเช้าวันนี้ คือ ข้าวผัด ที่ว่าแปลก คือ ปกติจะไม่กินข้าวเช้า แล้วก็เดินทางไปโรงเรียนกับแม่ ยาก็เริ่มออกฤทธิ์ ทำให้ช่วงเช้ามีอาการง่วงๆ ไปถึงโรงเรียนสายอีกเช่นเคย แต่ก็ยังทันเช็คชื่อ เข้าเรียนคาบแรกด้วยอาการมึนๆจากยา คาบแรก เป็นวิชาเคมี ซึ่งเป็นวิชาที่ไม่ชอบวิชาหนึ่ง ที่ไม่ชอบก็เพราะ ต้องอาศัยการจำ เป็นการทดลองเรื่องปฏิกิริยาระหว่างกรดอ่อน กับเบสอ่อน ไม่ขอเล่าต่อนะครับ เพราะกำลังมึน คาบที่ 2 เรียนวิชาภาษาไทย คาบนี้นั่งเล่น เพราะจารย์ไม่อยู่ เลยถือโอกาสงีบหลับซะเลย คาบต่อมา เป็นวิชาคณิตศาสตร์ เริ่มหายง่วงแล้ว หลังจากจบจำนวนเชิงซ้อนวันนี้ก็ขึ้นเรื่องสถิติ คาบนี้มีการย้ายห้องเรียนนิดหน่อย เพราะห้องปฏิบัติการณ์คณิต ถูกใช้ในการแข่งขันตอบปัญหา เลยได้มาเรียนชั้น 1 แทน คาบต่อมา คาบที่ 4 เป็นคาบชุมนุม สบายๆ กะจะออกแบบลายprint โครงงานฟิสิกส์ซะหน่อย

แต่ก็มีเพื่อนบอกว่า โรงเรียนเรียกคนที่ติดโอลิมปิกวิชาการไปทำไรซักอย่าง เลยโดนแป๋วลากลงอาคารไปห้องวิชาการ (หรือลากแป๋ววะ) อ่อ แป๋วดึงกระเป๋าไว้ แล้วบอกว่า"ไอ้บุ๊คแกจะรีบเดินไปไหน" 55+ แล้วก็ไปที่ห้องวิชาการ เข้าไปในนั้น ก็มีคนที่ติดค่ายโอลิมปิกเยอะแยะ ที่โต๊ะอาจารย์มีรายชื่อผู้ที่ผ่านค่ายที่ 2 อืม..หลังรายชื่อนั้นก็มีเขียนไว้ ว่าจะเดินทางไปค่ายยังไง ไปเอง หรือไปกับโรงเรียน ก็เลยเซ็นไว้ว่าไม่ไป ตามที่ได้ตัดสินใจไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไอ้อู๋(ที่ 2 สาชาคณิต) เห็นผมเซ็นสละสิทธ์ มันก็เข้ามาตบหัว 1 ทีแล้วถาม "ไมเมิงไม่ไปวะ" เลยตอบไปว่าทำไงได้วะ แล้วก็ออกมาจากห้องวิชาการ แล้วก็ไปกินข้าว ตลอดเวลาก็นึกถึงเรื่องโอลิมปิกตลอดเวลา ในใจก็เสียดาย แต่ทำไงได้ เราตัดสินใจแล้ว มันต้องเลือก

ทานข้าวเสร็จตามด้วยยาหลังอาหาร คิดในใจว่าตูต้องมึนหัวอีกแล้วหรอเนี่ย? แต่อาการเจ็บคอก็เริ่มหาย ก็ดี เพื่อนมันถาม "เมิงเป็นไรวะ" ก็บอกมันไม่สบาย ตอนเอาถุงยาเก็บมันก็เห้นยาในกระเป๋า 4-5 ถุง 555+ อึ้งไปเลย อันที่จริงยาที่กินมีถุงเดียว ที่เหลือเป็นยาใช้ตอนโรคเก่ากำเริบ ไมเกรนเรื้อรังมั้ง ไม่ได้ถามหมอ ชีวิตหนอชีวิต

แล้วก็ชวนเพื่อนไปทำโครงงานฟิสิกส์กันต่อ ในคาบเที่ยง ทำนิดๆหน่อยๆ ก็ไปเตะบอลเสร็จแล้วก็เข้าเรียนคาบบ่าย วิชาสุขศึกษา!! โอ วันนี้ประกาศคะแนนสอบกลางภาค ผลหรอ ตามคาดไง เต้ม 20 ผ่าน 12 ได้....11.5 กร๊ากๆๆ สุขศึกษา ปกติจะเป็นเรื่องง่ายๆ เอาอะไรกับโรงเรียนนี้ เทอมแรกออกซะยากกว่าชีวะอีก ศัพท์ก็ไม่มีแปล เทอม 2 เป็นเรื่องสมุนไพร โห ใครจะไปจำได้หมด เหอๆ คาบต่อมาก็อังกฤษ อ่านเขียน คาบนี้สบายๆ วันนี้มีเรียนคาบ 8 เป็นวิชาเกษตร รดน้ำ พรวนดินเสร็จก็ไปบ้านเฮียบู้ แล้วก็ไปกินเลี้ยงบ้านมิ ตอน 3 ทุ่มพ่อก็มารับกลับบ้าน กลับมาก็รีบกินยา แล้วก็อาบน้ำ มาอ่านข่าวในคอมนิดๆ

แล้วก็ลงไปกินนมข้างล่าง พ่อเลยบอกว่า มีจดหมายจากค่ายโอลิมปิกส่งมา เป็นประกาศผลสอบเข้าค่ายต่อไป ใช่ ผมได้ที่ 1 (ได้ 100 คะแนนเต็มด้วย) แล้วพ่อก็บอกว่า พ่ออยากให้ไป แต่ทำไงได้ ผมเลยบอกพ่อไปว่า เพิ่งสละสิทธิ์ไปแล้วเมื่อกลางวันวันนี้เอง พ่อถามกลับว่า ไปไม่ได้หรอ มันไม่ได้จริงๆ เพราะลงเรียนตันไว้หมดทุกทาง ซึ่ง...ผมก็เลือกแล้ว เลือกทิ้งโอกาสที่ใครๆก็ต้องเสียดาย ผมรู้ว่าผมถูกหลายๆคนด่าแม่อยู่ แต่ มันก็ต้องเลือก ในเมื่อโอกาสมันมี แต่น้อย เมื่อตอนเข้าค่าย ผมคิดว่า ถ้าสอบได้ที่ 1 อีกจะมาเข้าค่าย แต่ถึงเวลาจริงๆผมก็ไปไม่ได้ เพราะมันยังไม่แน่ใจ ว่าถ้าไปเข้าค่ายต่อแล้วผมจะผ่านเข้าไปรอบลึกๆรึเปล่า ที่แน่ๆ ในค่ายนี้แค่ไปนั่งเรียนให้ครบ 80% ผมก็ได้เรียนในคณะวิทยาการคอมฯแล้ว แต่ผมอยากเรียนวิศวะ ซึ่งต้องเป็น 1 ใน 6 คนที่ผ่านค่ายนี้ ไปแข่งกับตัวแทนจากศูนย์สอวน.ทั่วประเทศ คัดเอาประมาณ 40 คนไปแข่งกับ สสวท. เอาอีกไม่กี่คน ซึ่งไม่กี่คนนั้น ถึงจะได้โควต้า วิศวะ ที่ผมต้องการ แต่มันก็ยากเหลือเกิน ตอนนี้ได้เลือกแล้ว ถ้าปีหน้าผมไม่ติด สสวท. ก็คงหมดอนาคตในเส้นทางโอลิมปิกวิชาการแล้ว แล้วผมก็คงต้องบ้า ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

อนาคตมันไม่แน่นอน หลายๆคนถามผม,ด่าผม ว่าบ้ารึเปล่าที่มาถึงขนาดนี้แล้วสละสิทธิ์ ผมก็อยากขอร้องกลับเหมือนกัน ว่าเชื่ออย่างผมมั๊ยผมเชื่อว่าถ้าคุณให้อนาคตที่แน่นอนและโอกาสที่ดีให้กับพวกนักเรียนโอลิมปิกแล้ว การทำแบบนี้ก็จะน้อยลงแน่นอน


Comment

Comment:

Tweet

Hello! Good Site! Thanks you! jwswtofisrlos

#6 By smzufaaqhx (202.166.175.66) on 2007-11-26 19:40

ถ้าคิดว่านั่งคือสิ่งที่เราตัดสินใจแล้ว ก็เชื่อเถอะค่ะว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา เพราะมันคือสิ่งที่คุณได้เลือกไปแล้ว ที่สำคัญผลที่ออกมา มันก็ดีไม่ใช่เหรอค่ะ

ยิ้มไว้เถอะค่ะ โอกาสผ่านเข้ามาในชีวิตเราเสมอ เพียงแค่เราเอื้อมมือออกไปคว้ามันเท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่เอื้อมออกไปครั้งนี้ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะครั้งหน้า ก็ย่อมจะมีโอกาสใหม่ๆเข้ามาเช่นกัน

ยิ้มไว้น่ะค่ะ

#5 By Closed on 2007-10-03 19:12

เออ ว่ะ

มีเพื่อนที่ลงเรียนไว้แล้วก็ไม่ได้ไปเรียนนะ.. ไปเข้าค่าย ก็ได้เป็น 1ใน 6 ไปหาประสบการณ์

แต่ตูไม่ได้เรียนว่ะ = =" เข้าค่ายรวดเลย.. สุดท้ายก็มานั่งตกมีนอยู่ด้วยกัน

#4 By ปิง (161.200.255.162) on 2007-10-03 10:40

กระเป๋าวิดวะเป็นไงขอดูหน่อยดิ

#3 By chenlee on 2007-09-30 18:17

เอาเป็นวะ รอให้อะไรมันชัดเจนกว่านี้ก่อนครับ

แล้วจะมาเล่าให้ฟัง ว่าสุดท้ายปลายทางมันเป็นอย่างไร



ปล.เวลาที่ต้องเลือก ผมมักจะเลือกทางที่ลำบากกว่า ไม่รู้ทำไมนะ
แต่มองในแง่ดี มันก็ทำให้เราเรียนรู้อะไรได้เยอะ
เลือกอย่างหนึ่ง ก็ต้องเสียอย่างนึง

#2 By book on 2007-09-29 03:22

เป็นเด็กฉลาดชาติเจริญขนาดนี้เลยหรอ
ตื่นเต้นๆ แต่ว่ายังไง ถ้าเลือกไปแล้ว
แล้วก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร
มันก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ

#1 By chenlee on 2007-09-28 11:15

Tags