computer

วันนี้วันสอบวันสุดท้าย = สิ้นสุดปีสองเทอมสองซะที

เทอมนี้ถือว่าเป็นเทอมที่ทำอะไรประสบความสำเสร็จหลายอย่างตามที่ตัวเองตั้งเป้าไว้

อย่างแรกเลย

เข้าเรียนครบทุกคาบ ไม่มีโดด เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลังจากที่ปี 1 เทอมแรก เรียนแบบเข้าบ้างโดดบางครั้ง การเรียนก็ค่อนข้างจะ ok พอเทอมหลังเหมือนว่าจะเป็นนิสัยแย่ๆของตัวเองอย่างหนึ่ง คือ ถ้าทำอะไรได้ตามเป้าแล้ว ก็ขี้เกียจที่จะเหนื่อยทำต่อไป เทอมหลังนี้เลยโดดมันทุกวิชา เข้าแค่ LAB อย่างเดียว ผลกการเรียนเลยเน่าสนิท พอขึ้นปี 2 เข้าเรียนในภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์แล้ว รู้สึกว่าแต่ละวิชามันน่าสนใจ เรียนไปเลยสนุกกับมัน ก็เข้าเรียนเป็นส่วนใหญ่ จะมีก็แต่วิชา Engineering Mechanics นี่แหละ ที่รู้สึกเบื่อ เลยโดดเรียนไปอ่านเองซะเลย

เทอมสองมานี้ ตั้งเป้าว่าจะเข้าเรียนทุกคาบ ไม่โดด แล้วก็ทำได้สำเร็จ แต่ขอบอกว่า ความจริงแล้วเข้าไปบางคาบก็หลับบางคาบก็ไปสายซะครึ่งหนึ่งเอาน่า ถือว่าเข้าเรียนละกันหยวนๆว่าแต่ผลออกมาจะเป็นยังไง เกรดออกมาคงตอบได้แหละ

ที่เห็นชัดตอนนี้ คือ การเข้าเรียนน่ะ คาบแรกสุดสำคัญมากๆๆ หลายๆคนคิดว่ามันแค่แจกประมวลผลรายวิชา แล้วอ่านเกณฑ์การให้คะแนนให้ฟัง มันไม่ใช่ สำหรับที่ที่ผมเรียน คาบแรกเหมือนจะเป็น overview ทั้งหมดของวิชานั้นๆ อาจารย์จะพยายาม motivate นิสิต เกี่ยวกับวิชานี้ ว่าเรียนไอ้นี่ไปทำไม เรียนแล้วจะได้อะไร แล้วเรียนกันยังไง ต่างกับตอนม.ปลาย ที่ไม่รู้ว่าเราจะเรียน logarithm ไปทำหอกอะไร อาจารย์ไม่เคยบอกในมหาวิทยาลัยมันต่างออกไป สำหรับการเรียนแต่ละวิชานั้นจะมีหลาย section ส่วนตัวผมชอบ section ที่อาจารย์สอนเร็วๆเพราะมันทำให้ผมแน่ใจได้ว่าจะไม่หลับเพราะความน่าเบื่อ แบบประมาณว่าอะไรวะย้ำอีกแล้ว เข้าใจแล้วโว้ย ไปต่อได้แล้ว ประมาณนี้คาบเรียนสุดท้ายก็สำคัญในเชิงการสอบ เพราะเรื่องไหนที่อาจารย์เน้น แสดงว่าเราควรจะไปอ่านให้เข้าใจจริงๆ ไปฝึกให้ทำได้จริงๆ อาจารย์จะแอบบอกในคาบนี้แหละ ฮ่าๆ

เป้าหมายต่อไป

ทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย  ปี 1 เรียนอย่างเดียว กิจกรรมที่เข้าร่วมก็เป็นแบบ พี่ๆเค้าจัดให้น้องก็เข้าไปทำ ไปสนุกสนาน แต่พอมาปี 2 ก่อนเปิดเทอมก็เริ่มเลยที่ค่ายรับน้องของคณะ แต่ที่ใหญ่ๆก็คืองานจุฬาวิชาการนั่นแหละ อันนี้เขียนไปในบล็อกแล้ว เวลานี้ก็เหมือนว่าจะมีงานเข้ามาอีกเรื่อยๆดูจะใหญ่กว่าเดิม(มากๆ) ขอให้ติดตามชมต่อไป

 รู้จักคนให้มากขึ้น หลังจากเข้าภาควิชาฯมาตอนแรกๆ ทุกๆอย่างดูจะเป็นสิ่งใหม่แทบทั้งหมด เพื่อนๆที่เคยนั่งหลับในห้องเรียนด้วยกัน มันก็ต้องแยกย้ายกันไปเรียนตามสาขาที่เลือก สำหรับภาคคอมฯนี้จะมีนิสิตจาก 3 ทาง คือ

1. โอลิมปิก ประมาณ 20 คน ในภาคเรียกกันว่าคอมโอ
2. สอบเข้าผ่าน Admission 40 คนเรียกคอมตรง
3. เลือกภาคเข้ามา 60 คนจากปี 1 เรียกคอมเบี้ยว

 การที่จะรู้จักคนในภาคให้มากๆมันเป็นเรื่องยากนะ เพราะภาควิชานี้ใหญ่มากๆรุ่นละ 120 คนนี่ อาจใหญ่กว่าคณะบางคณะซะอีก เข้ามาเรียนตอนแรกๆก็เกาะกลุ่มเรียนกับเพื่อนๆทีเคยอยู่กรุปเดียวกันมานั่นแหละ เรียนกัน 5-6 คนต่อมามันต้องเปลี่ยนแล้วแหละ เริ่มจากการรู้จัก เพื่อนของเพื่อน (ยังกะ FOAF ใน social network - -") เช่น คนไหนอยู่ รร.ไหน ก็จะโยง connection ไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็ใช้วิธีย้ายที่นั่งเรียนไปเรื่อยๆ รู้จักคนใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ไปคุย ไปกินข้าว หากิจกรรมเล่นกัน ต้องยอมรับว่ากิจกรรมการเรียนในภาควิชานั่น สามารถส่งเสริมให้ทุกๆคนรู้จักกันมากขึ้นได้ เล่น LAB นั้นเอื้อให้เกิดการช่วยเหลือกัน, project หลายๆงานที่ต้องจับฉลากเข้ากลุ่มกัน ของพวกนี้แหละ ทำให้เรารู้จักคนมากขึ้น  เรียนรู้การทำงาน  ไม่เห็นจะต้องเต้นบ้าบออะไรให้เสียเวลาก็ได้ 

 ตอนนี้ก็รู้จักคนเยอะขึ้นมาก พ่อผมเคยบอกว่า "เรียนมหา'ลัยคนเดียว มีแต่ตายกับตาย" เวลานี้ผมเห็นด้วยมากๆ เรียนคนเดียว ซุ่มอ่านอยู่บ้านคนเดียวน่ะ มันได้ แต่ได้ความรู้แค่ในตำราที่เค้าสอน การที่เราเรียนแล้วมา discuss กันนั้นให้อะไรมากกว่านั้นมาก ผมเรียนในห้อง ได้ 1กลับมาทบทวนเอง ได้ 1, 2 พอมาถกเถียง มาคุยกันในเรื่องเดิมกับเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นการให้เค้าติว หรือติวเค้า ทุกครั้ง มันได้ 3, 4, 5, 6 กลับมาเสมอ

ขอจบ entry เท่านี้ ขอใช้เวลาในการ list สิ่งที่จะทำในช่วงปิดเทอมนี้ก่อนมีอะไรจะมาเล่าให้ฟังครับ

Tags