diary

     ช่วงนี้เป็นช่วงสอบก็จริง แต่อีกสองวิชาที่เหลือนั้นสอบวันอังคารกับพุธ ผมก็เลยมีเวลาว่างมาทำอะไรหน้าคอมฯ นั่งอ่านข่าวบ้านเมือง เวบบอร์ด แอบไปกวนคุณวินทร์ เลียววาริณนิดหน่อย  

     นึกถึงไดอารี่เก่าๆของผม ผมเคยเอาไดอารี่เมื่อสองปีที่แล้วมาโพสไว้ครั้งนึงแล้วนะตามไปอ่านกันได้ ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วแฮะ ลองอ่านดูนะครับ ขอบอกว่าตอนนั้นผมอยู่ ม.5 นะ

 


 28 jan 06 11.17 PM

     วันนี้ตั้งปลุกไว้ 6 โมงครึ่ง กะว่าจะให้อากาศอุ่นๆซักหน่อย แล้วมาดูว่า พัดลมใน case ที่ mod ไว้เมื่อคืนจะได้ผลยังไง แต่อากาศก็ยังเย็นอยู่ เลยนอนต่อ ลุกขึ้นจากเตียงก็ 9 โมงเช้า อาบน้ำ กินข้าว วันนี้เป็นหมี่กะทิ แล้วก็ออกไปเรียนพิเศษ วันนี้ตอนเช้าก็เรียนเคมี เรื่องการไทเทรต พอเที่ยงก็ไปกินข้าว ที่ร้าน little rock สั่งข้าวอบสัปปะรด แล้วก็ไปเรียนฟิสิกส์ เรื่องแสง ประมาณบ่าย 2 ครึ่ง ไปเรียนคณิต วันนี้จบเรื่องสมการจำนวนเชิงซ้อน  ช้ากว่าที่โรงเรียนเช่นเคย แล้วก็กลับมาบ้าน เผาคอมต่อ อนาถชีวิตตัวเอง ทั้งๆที่เพื่อนเค้าเริ่มอ่านนังสือกันแล้ว แต่ตัวเองมานั่งหน้าคอมวันละ 4-8 ชัวโมง เราใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ 

     แล้วก็ไปเจอกระทู้นึง ที่ mthai พูดถึงเรื่อง เด็กไทย ตอนเด็กๆฉลาด แต่โคขึ้นทำไมไม่เก่งเหมือนฝรั่ง เลยเข้าไปอ่านความเห็นที่โพสในนั้น มีความเห็นนึง ของคนที่ใช้ชื่อว่า "man" โพสไว้ดังนี้

"ต้องดูเบื้องหลังวัฒนธรรมของคนแต่ละกลุ่มโดยมองภาพรวมกว้างๆ
1.บางกลุ่มสอนให้คนรู้จักคิดหาเหตุผลคิดค้นสิ่งใหม่ๆ -- พวกยุโรป,อเมริกา
1.1 กลุ่มนี้เชื่อพระเจ้าที่ไม่จำกัด ยิ่งเชื่อยิ่งสงสัย
1.2 พอสงสัย ก็จะยิ่งค้นพบว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้าง
1.3 กลุ่มนี้จะหาทางปฎิเสธพระเจ้าเมื่อมีปัญหา โดยหาความรู้และเหตุผล
มานำเสนอ สังเกตว่าพวกนักวิทยาศาสตร์ดังๆมักเป็นพวกที่ถูกขับออกจาก
กลุ่มศาสนาในสมัยนั้น แด่โลกมักเจริญเพราะนักค้นคว้าเหล่านี้
2.บางกลุ่มสอนให้จำและทำตาม-- พวกเอเชีย รวมทั้งไทย
2.1 กลุ่มนี้เชื่อพระพุทธเจ้าที่ดีพร้อม ชีวิตเน้นหนักการท่องจำแม้ไม่เข้าใจ
2.2 ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการท่อง/จำให้ได้จำนวนมากๆ ออกเสียงได้แม่นยำ
2.3 ไม่กล้าสงสัยพระพุทธเจ้า เมื่อมีปัญหาจะโทษชาติที่แล้วว่าทำไว้ไม่ดี
ยอมรับสภาพ ไม่หาทางออก ไม่กล้าต่อสู้ ชอบประนีประนอม
ปล. เขียนจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ได้บอกว่าใครดีกว่าใคร แต่คนแตกต่างกัน"


     จริงเลย เค้าคิดเหมือนกับผม และผมเชื่อว่ามันเป็นสาเหตุหนึ่งด้วย และความเห็นอื่นๆ ก็มีที่น่าสนใจ คือเรื่องเวลา และเนื้อหาในการเรียน ของไทยเราจะเรียนมากๆ มากซะจนเด็กไม่มีเวลาคิดเองเลย อย่างที่โรงเรียนผม วันๆนี่ต้องเรียนตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง จนถึง บ่าย 3ครึ่ง มีพัก 1 ชั่วโมงตอนเที่ยง ผมมีโครงงานที่ต้องทำ แต่ก็คงทำได้ไม่เต็มที่ ต้องหาเวลาไปทำ ตอนเที่ยงก็รีบกินข้าวแล้วไป ตอนเย็นเรียนเลิกก็ไปทำ ไม่มีเวลาเล่นกีฬาเท่าไร ต่างจากต่างประเทศ ที่เค้าเรียนเช้านิดๆหน่อยๆ ตอนบ่าย ก็ว่างมาทำกิจกรรม เข้าชมรมเล่นกีฬา ใครชอบอะไรก็ได้ทำ ต่างจากเรา ที่เรียนๆๆๆ เพื่อใบปริญญา พอคิดไปถึงการปฏิรูปการศึกษา ที่พวกผู้ใหญ่ทำกันมาตังแต่ผมยังอนุบาลได้แล้วมั้ง ปฏิรูปไปไม่เห็นจะมีไรดีขึ้นมา ประเทศเรายังเหมือนเดิม รวยขึ้น ? ก็รวยกันในคนกลุ่มน้อยๆ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังจนอยู่ ยังขาดความรู้ ยังเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์อย่างงมงาย ผมไม่ได้โทษศาสนา ไม่ได้โทษบรรพบุรุษ เราต้องพัฒนา เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ต้องวิวัฒนาการกันต่อไป

    จะมีซักวันไหมที่เราจะได้เป็นผู้นำ พูดในสิ่งที่ถูก อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ ชาวบ้านก็บอก "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่" ทำยังไงเราจะพัฒนาความคิดของคนพวกนี้ ให้กลายเป็น "ไม่เชื่อ ต้องพิสูจน์" ได้ครับ ?

และแล้ว ผมก็ปล่อยเวลาผ่านทิ้งไปอีกวัน...


     เหตุการณ์ด้านบนเกิดเมื่อสองปีหนึ่งเดือนก่อนจากวันนี้

     เด็กนักเรียนม.5 คนหนึ่งบ่นถึงชีวิตของตัวเองและสังคมรอบข้างที่เป็นไปตามกระแสของมันไว้ในไดอารี่

     มาจนวันนี้ ความคิดผมอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง ผมไม่ต้องการชี้นำให้ใครมองเห็น หรือคิดแบบผม ผมแค่อยากให้คนเริ่มใช้ความคิดกับอะไรในชีวิตบ้าง คำถามที่เริ่มต้นด้วย "ทำไม" ที่เราไม่ค่อยได้ยินจากเด็กนักเรียนหลังครูสอนเสร็จ หากแต่เป็นคำถามเชิง "ข้อสอบออกอะไร" ซะมากกว่า

     เวลานี้น้องๆม.6 กำลังสอบ ONET กันอยู่ ก็ขอให้โชคดีในการสอบแล้วกันครับ

ผมเองก็กำลังสอบเหมือนกัน แต่คราวนี้ผมไม่สัญญาว่าจะเอาผลมาบอกแบบครั้งที่แล้วนะ  เพราะอะไรน่ะหรอ ดูชื่อใน msn เองละกัน

ปล.ผมแอบไปทำเวบเล่นด้วยนะ http://bukku.co.cc/ ไม่ได้แตะพวกนี้ตั้งแต่เริ่มเรียนที่จุฬาฯ กะว่าปิดเทอมใหญ่นี้จะลุยอีกครั้ง

Tags