freshy

 

ปราสาทแดง
ปราสาทแดง วิศวฯ จุฬาฯ

 

มันเริ่มยังไงหรอ

เปิดเทอมได้ 3 วัน ผมก็ป่วยตามเอนทรีนี้ ทำให้ต้องหยุดเรียนไป 1 สัปดาห์ แล้วก็มาเรียนตามหลังเพื่อน พอกลับเข้ามาก็ งงๆ เพราะเค้าไปกันเร็วมาก เลยต้องมาเหนื่อยอ่านเอง แต่สุดท้ายก็ไล่ทัน ชีวิตใน 1 เดือนแรก แน่นอนมันเต็มไปด้วยกิจกรรม ทั้งของมหา'ลัย, ของคณะ และของหอ - หนักสุดละ ของหอนี่ที่ว่าหนักก็คือ "ห้องเชียร์หอ" เรียนทั้งวันกลับมาเหนื่อยๆ ต้องรีบกินข้าวไปรอเข้าห้องเชียร์ตอน 1 ทุ่ม แล้วก็เลิกประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ช่วงแรกผมป่วยอยู่พอดี เลยสามารถลาได้ ผ่านไปซัก 2 สัปดาห์ ถึงมาเข้าห้องเชียร์กับเพื่อนๆได้ ของหอนี่เรียกได้ว่าเหนื่อย+โหดได้เลยล่ะ โดยเฉพาะวันปิดห้องเชียร์ ต้องอยู่ถึงเช้าเลย จำได้ว่าพอปิดห้องเชียร์เสร็จ ก็อาบน้ำไปทำกิจกรรมคณะต่อ คือช่วงนั้นไม่ได้นอนต่อกันหลายวันเลย ห้องเชียร์เหนื่อย แต่ว่ามันก็ทำให้เรารู้จักเพื่อนๆได้เร็วขึ้น ถ้าไม่มีมัน หอก็ไม่ต่างอะไรจากคอนโดฯที่ต่างคนต่างอยู่

มาเรื่องเรียนบ้าง การเรียนนี่ ต้องปรับตัวมากๆเลย เพราะมันต่างจากม.ปลายโดยสิ้นเชิง จากที่เคยเรียนๆเล่นๆ อ่านคืนก่อนสอบ ได้เกรด 4 มาอยู่นี่ทำไม่ได้แล้ว ชีวิตช่วงแรกๆ ก็เข้าเรียนทุกคาบเลย เป็นเด็กดีมาก แต่หลังๆเริ่มออกแนวเลว เดี๋ยวจะไล่เป็นวิชาไปเลยนะ

ENG MATERIALS - แมททีเรียลนั่นเอง วิชาท่องๆ ๆๆ sheet หนากว่า textbook อีก เรียนที่ห้องประชุมคณะวิศวฯ เข้าไปตอนแรกๆพยายามฟัง แต่หลังจากป่วยกลับมาเริ่มเรียนไม่ทันละ เข้าไปนั่งงงๆ sheet ที่ใช้เรียนต้องถ่ายเอกสารคาบต่อคาบ คือแบบว่า คาบต่อไปจะเรียนแมททีเรียล ก็เดินผ่านไปร้านถ่ายเอกสาร แล้วก็บอกคนแถวนั้นว่า "นายๆ เราเอาด้วยชุดนึง" แล้วก็เข้าเรียน ที่จริงไม่ได้เรียนหรอก ไปหลับต่างหากล่ะ ก็วิชามันโคตรน่าเบื่อเลย หลังๆเริ่มมีแนวทางใหม่ เข้าไปก็หลับอยู่ดี ไม่เข้าเลยจะดีกว่า ก็เลยไม่เข้าวิชานี้อีกเลย ฮ่าๆ (ถ้ามีน้องๆมาอ่าน อย่าทำตามพี่นะ) พอสอบ midterm นี่ หนักเลยล่ะ เพราะเรียนก็ไม่ได้เรียน ได้ sheet จากพี่ปุ๋ย(พี่รหัส)หนามากกกก ต้องเลือก ว่าจะทิ้ง หรือจะอัด สุดท้ายก็อัดเอาวันก่อนสอบ นั่งอ่านตั้งแต่บ่ายสาม จนถึงตีสาม แล้วก็นอน ตื่นมาสอบเช้า ผลออกมาผ่านmeanซะด้วย เพื่อนคนนึงที่มันเข้าทุกคาบ คะแนน้อยกว่าเรา หลังจากนันมันเปลี่ยนใจไม่เข้าอีกเลยฮ่าๆๆ หลังmidtermผมก็ไม่เข้าเรียนอีก แล้วพอจะ final ก็อัด 1 คืนก่อนสอบ แล้วอาบน้ำไปสอบเลย เพื่อนๆใน group งงไปเลยว่าทำได้ไง ผมเองก็งงตัวเองเหมือนกัน

COMP PROG - เขียนโปรแกรมด้วยภาษา JAVA หุๆ ของโปรดเลยล่ะ เข้าเรียนแทบทุกคาบ ทำ lab เองตลอด ฝึกจนชินมือ สอบ midterm ออกมาผลก็ค่อนข้างดีนะ แต่ไม่น่าพลาดง่ายๆ เลยหลุด max คณะ(sec หลัง)ไปไม่น่าเกิน 5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 110 คะแนน final นี่ก็งงๆกะพวก class, object อยู่ซักพักพอเริ่มเข้าใจก็สนุกเลยล่ะ final รุ่นพี่บอกว่าไม่ค่อยมีคนทำทัน ตอนสอบผมเลยพยามทำเร็วๆ แต่เออ มันก็ทันนี่หว่า เหลือเวลาอีกครึ่งชม. ให้นั่งเขียน comment ให้คนตรวจอ่านเล่นด้วย

CALCULUS I - วิชาถั่วงอก ที่หลายๆคนกลัว ตอนแรกผมก็กลัวนะ อะไรของมันวะ โจทย์ก็ยาก เยอะก็เยอะ จำได้เลยเรียนวันแรก สอนเรื่อง limit point เล่นเอางงไปทั้งห้อง แต่ผมก็พอเข้าใจนะ เลยคิดว่าวิชานี้อ่ะ พอสนุกกะมันได้ เรียนๆ ฟังๆไป แล้วใกล้ๆสอบก็นั่งอัดโจทย์ให้ครบทุกข้อ สอบ midterm ได้rank 57 ของคณะ (ถ้าจำไม่ผิด) อ่า ก็เริ่มมีลุ้น A กะเค้าบ้างละ final นี่ เรียนไอ้พวกที่ไม่เคยเจอมาก่อน พวกเทคนิคอินทิเกรต แล้วก็หมุนหาปริมาตรพวกนั้น สังเกตดูแล้วในคาบ คนในห้องจะงงๆกันเป็นส่วนใหญ่ พอผมจับหลักได้ก็สบายละ เพราะมันไม่ต้องท่องสูตรเยอะๆ มันมาจากจินตนาการเลยล่ะ final นี่ผมทำโจทย์ไม่หนักเท่า midterm นะ เพราะว่าขี้เกียจ แล้วก็เนื้อหามันไม่ได้ใช้ skill มาก คือโจทย์เยอะก็จริงแต่วิธีการสำคัญจริงๆอยู่ที่การเริ่มต้นคิดโจทย์นั้นๆ คิด concept ได้ก็จบ สอบ final นี่รุ่นพี่บอก "น้องเอ๊ย ทำยังไงก็ไม่ทัน" ตอนสอบนี่ อะไรวะ มันออกง่ายแปลกๆ ทำเสร็จเหลือเวลาเกือบ ชม. เพื่อนๆใน group ก็บอกทำได้กันหมด สรุปคือ ครั้งนี้มันวัดกันที่ midterm แหงๆ

GEN PHYS I - ฟิสิกส์ ๆ ๆ อันนี้เป็นตำนานบทหนึ่งของคณะเหมือนกัน เพราะว่ามัน เอ่อ มัน . . . คนส่วนใหญ่จะไปกองกันที่ D+ กะ C ตอนสอบเข้า ไม่สนว่า จะได้พฐวิดวะ 70+ หรือเด็ก ฟิสิกส์ สอวน. หรือ สสวท. ก็มีสิทธิ์ตก mean ได้เหมือนกัน รุ่นพี่แนะนำว่า ให้ไปหาโจทย์ universe มาทำซะ ผมก็เลยไปหามาได้ แล้วเปิดดู ดูไปด่าไป อะไรของมันวะ ยากเวอร์ เลยนั่งอ่านหนังสือช่วงอาทิตย์ก่อนสอบนั่นแหละ อัดๆไป แล้วลุยโจทย์จนครบ วิชานี้เพื่อนๆไปเรียนกวดวิชาที่ universe กันเยอะมากๆ แต่ผมไม่ได้ไปเรียนอ่ะ ถ่ายเอกสาร sheet เพื่อนมาทำโจทย์เอา ประกาศผล midterm มา ลุ้นแทบตาย ข้อสอบทำไม่ได้เท่าไร แต่ว่าเขียนบ้าบออะไรไปนั้นเยอะแยะ ทำข้อสอบไม่ได้ ก็เขียนความรู้ที่มีลงไป เผื่อจะได้คะแนนบ้าง ผลออกมาเกิน mean มา 1 sd หุๆ เพราะ commentจริงๆ ช่วงหลัง midterm นี่เข้าเรียนเรื่องการแกว่ง เรื่องเดียวแล้วก็ไม่เข้าอีก เพราะอาจารย์สอนไม่รู้เรื่องเลย อ่านเองยังจะดีกว่า มานั่งอ่านๆ ๆ ๆ ไม่เข้าใจ แต่กอ่านวนๆไปเรื่อยแหละ ทำโจทย์ universe แล้วก็ไปสอบแบบงงๆ ข้อสอบก็ ok เลย ตรงกับที่อ่านอยู่บ้าง ลืมเรื่องง่ายๆบ้าง แต่ก็ตอบไปเกือบครบ จากคะแนนเต็ม ไม่ได้ตอบไปแค่ข้อเดียว 3 คะแนน เกรดขอลุ้นหนี C พอละ เอ่อ ในคณะนี่ไปเรียนuniverse กันเยอะมากๆๆๆ ๆ เลยล่ะ

GEN PHYS LAB I - วิชา lab phys ก็แบ่งกลุ่มทำ lab กลุ่มละ 3 คนครับ กลุ่ม lab เราค่อนข้างจะคุยกันได้เลยแหละ ทำพลาดๆ ก็ make ไป เพื่อนๆใน group ยกย่องว่ากลุ่มผมเนี่ย make ระดับเทพ คือ ผลออกมาเป๊ะๆๆ แบบว่าทำ lab เสร็จปุ๊บ อาจารย์อธิบาย lab บอกว่า lab นี้ควรจะคลาดเคลื่อน 12-20 % ใครนอกขอบเขตนี้ถือว่าผิด เพื่อนกลุ่มอื่นที่ make กันเนี่ย คลาดเคลื่อน 0.1%, 1%, 5% ไรแบบนั้น แต่กลุ่มผมหรอ 12% เป๊ะๆ ฮ่าๆ แล้วเวลาทำ lab นี่ กลุ่มผมส่วนใหญ่จะเสร็จก่อนครับ ก็คิดดูดิ เก็บข้อมูล 10 ครั้ง ผมก็เก็บแค่ 3-4 ครั้งพอ, จับเวลาให้น้ำไหลรอบละ 60 วิ กลุ่มผมก็ทำแค่ 30 วิ แล้วไปใช้ทฤษฎี คำนวนเลขให้ถูกเอา ก็สนุกไปอีกแบบ ตอนสอบ final เนี่ย ก็อ่านวันก่อนสอบแหละครับ พอดีวิชานี้มันมีข้อสอบเก่าที่เพื่อนซีรอกแจกกัน ก็คิดว่า มันคงไม่ออกซ้ำหรอกมั้ง เลยนั่งทำแบบไม่มีเฉลยเล่นๆ ข้อไหนไม่ได้ก็ปล่อยผ่านเพราะคิดว่ามันไม่ออกหรอก สุดท้ายสอบจริงแม่ม เหมือนกันเลยครับ เป๊ะๆเลย ต่างแค่หน่วยไรพวกนั้น ฮาเลยสิ ที่ฮากว่าคือมีเพื่อนหลายคนที่จำโจทย์ได้ ว่ามันถามตรงกัน ก็ตอบๆไป แล้วมารู้ความจริงหลังสอบว่า อาจารย์เค้าเปลี่ยนหน่วยของคำตอบใหม่ ไอ้พวกที่จำเลขได้แล้วตอบไปก็ผิดเลยดิคับ ฮ่าๆ

EXP ENG I - อังกฤษ วิชานี้สบายๆครับ ไม่เคยตั้งใจเรียนเลย ผมนั่งหลังห้องตลอด เข้าไปก็ไปนั่งเก้าอี้ อย่างแรกที่ทำคือ เปิด youtube, video.mthai ไรพวกนั้น ดูจนจบคาบ เหอๆ การบ้านก็ไม่ทำครับ อาจารย์ใจดีนี่ วันไหนขี้เกียจกไม่เข้าเรียน สอบmidterm ออกมา 20.5/30 mean sec มัน 23 ... อะไรว้าาาา ไม่น่าจะได้น้อยขนาดนี้ แต่ก็ช่างเหอะ ลุ้น B ละกันครับ final นี่ก็ทำแบบ เออ ทำไมันง่ายจังวะ เพื่อนๆคนอื่นก็ทำได้กัน เกรดออกมายังงงอยู่เลยนะเนี่ย

การเรียนของผมก็แบบ ไป"นั่งดูทีวี" ซะส่วนใหญ่ คือ แบบนั่งดูอาจารย์สอน ไม่จดlectureเป็นเล่มๆนะ จดแบบอะไรที่แปลกๆ ก็ใส่หนังสือเรียนไว้นั่นแหละ CAL, PHYS นี่ สมุดว่างมากๆเลย ใช้ไปไม่ถึง 10 หน้า materialจดช่วงแรกๆ หลังๆไม่เข้าก็เลยปล่อยยาว, EXP จะจดไรวะ ไม่ได้เรียนนี่ ก็มีจดเยอะๆก็ JAVA นี่แหละ ก่อน midterm ไม่ได้จดน แต่หลังmidterm เปลี่ยนจาก sec เจได ไปเรียน sec เมธี เพราะโจทย์เยอะกว่า จดจนมือหงิกเลยล่ะ

แล้วมันจบยังไงล่ะ

หลังจากเหนื่อยมานาน . . . ผลออกมาละ รู้สึกว่ามันก็คุ้มค่าอยู่นะ เกินคาดไปเยอะซะด้วย

กดดูภาพใหญ่

 

ปล.เปิดเทอมก็ต้องมาสนุกกันใหม่อีกแล้วสินะ

Tags